มาแล้ว!!! หลังจากที่ไม่ได้อัพบล็อคเกี่ยวกับรถมินิมาตั้งนานโขเพราะมัวแต่นั่งง่วนอยู่กับงานที่พึ่งจะรอได้รับจ้างและไหนจะต้องปั่นโดจินอีกเลยไม่ได้อัพซักที
รอบนี้ถือว่าเป็นรอบฉลอง 1 ปี ของบล็อคนี้พอดีๆ (แต่ดันเลยมาไกลไปหน่อยนึง) และฉลองที่มีผู้เข้าชมถึง 2000 ครั้ง เป็นปลื้มครับเป็นปลื้ม ขนาด DA ของตัวเองพึ่งแตะเส้น1000 ครั้งเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี้เอง ก็เลยถือโอกาสเปลี่ยนธีมใหม่ซักกะหน่อย แถมบังเอิญว่าออกแบบไปแล้วดูไม่ต้องไปแก้ CSS ให้มันปวดหัวให้มากนัก ก็ดีเหมือนกันครับ จะได้สบายแรงหน่อยนึง
รอบที่แล้ว ข้อมูลเพี้ยนไปหน่อย เรื่องวีดีโอรถมินิเนี่ยตัวที่เป็น Countryman มันเป็นของ Austin แล้วผมก็ดั๊น... ไปพิมพ์ว่า Morris เจริญแล้วไหมล่ะท่าน แบบนี้น่าเอาหัวโขกเต้าหู้ให้ตายไปเลยเนอะ เนอะ เนอะ...
เอาล่ะ บังเอิญผมได้ภาพถ่ายจากทางเน็ตที่นั่งเค้นหาข้อมูลกระจุยกระจาย จะให้บ่นเป็นกำเมือง (แปลว่าคำเมืองของชาวเหนือ) กว่าจะเรียบเรียงได้ก็คงอยากจะบ่นได้ว่า "อย่างเหี้ยเบ๊อะเหี้ยเบ๋อแต๊ๆ" (แปลว่าอย่างเกลื่อนกลาดดาษเดื่อนเลย) ซึ่งเรียนมาจากภูภู่ทันอีกแล้วครับท่าน ก็มีเพิ่มของเก่าหน่อยนึงก่อนพูดถึงตัวหัวข้อล่ะกันนะ...
------------------------------------------------------------------------------------------

อันนี้เป็นตัว Traveller MK.I ของออสติน ก็อย่างที่ผมบอกล่ะครับ ตัวนี้จะมีกระจกตอนท้ายและแผงหลังมีไม้ประกบข้าง ดูสวยแปลกตา แต่หายากเอาเรื่องเลยสำหรับในเมืองไทย... เอ้อ มันก็แปลกดีทีเดียว บ้านเราดันมีตัวรุ่นกระบะซึ่งทั่วโลกเขาบอกว่า "หายากฉิบ" บ้านเรามีวิ่งให้ว่อนตั้ง 4 คันแล้ว... แต่ไหงตัว Traveller ดันไม่มีซะได้ เอ้อ.... พิลึกจริงๆ
--------------------------------------------------------------------------------------


ต่อมาก็นี่เลยตัว Mini Van ที่คราวที่แล้วหน้าไม่อายดันเอาตัวรถโมเดล ก็เพราะมันหายากจริงๆ เลยต้องปะไปแบบนั้น.... ก็อย่างที่เกริ่นไว้ตอนโน้นว่าตรงกันข้ามกับตัว Traveller แบบสิ้นเชิง แผงกระจกหลังไม่มี ดิบๆ สไตลรถตู้ใช้งานเท่านั้น
--------------------------------------------------------------------------------------------

ต่อมาเลยล่ะกัน ภาพที่ได้มาเพิ่มเติม ตัวนี้ก็เป็นรุ่นกระบะ ฮ่า!!!! แปลกล่ะสิ หามาจากไหน นั่งค้นแทบตายเหมือนกันครับ รุ่นกระบะนี่พิเศษอย่างนึง หน้าจะเป็นหน้าโหนกแล้วฝากระจังหน้ารถจะมีสองแบบ แบบแรกก็คือเป็นแผ่นเหล็กโค้งๆสไตล์ MK.I กับแบบที่สองจะเป็นเหล็กชิ้นเดียวกับตัวถัง ก็อย่างที่บอกล่ะครับ เห็นฝากระจังหน้าเพี้ยนจากที่บอกก็แปลว่าเจ้าของเค้าเอาไปแต่งเติมเสริมสวยให้น่ะ....
--------------------------------------------------------------------------------------

เอาล่ะ คราวที่แล้วเราสัญญาว่าจะพูดเรื่องตัวรุ่นถัดไปซึ่งหายากเอาเรื่อง ครับ... มันคือ Mini MK.II ผลิตโดยยี่ห้อออสติน จะพูดได้ว่าเหมือนกับรถในบ้านเราที่จู่ๆผลิตมาซักสองสามปีแล้วปรับโฉมตัวรถใหม่นิดหน่อยๆที่เรียกว่า "ไมเนอร์เชนจ์" (Minor Change)
มินิก็เหมือนกันครับ เปลี่ยนอะไรไปน่ะหรอ... ก็เครื่องยนต์ไง อันนั้นมันเป็นของตายจริงๆ แต่ที่เห็นเด่นชัดเลยจะเป็นฝากระจังหน้ารถครับ

จากฝากระจังโค้งๆเหมือนหนวดมาเปลี่ยนเป็นแนวเหลี่ยมๆเหมือนคนอ้าปาก ซึ่งเจ้าฝากระจังหน้าตัวเนี้ยะล่ะ เขาใช้กันจนตัวรุ่นสุดท้ายเมื่อปี 2000 นะจะบอกให้

ต่อมาเลยก็จะเป็นไฟท้าย จำได้ไหมครับ มินิตัวแรกๆไฟท้ายเล็กๆมนๆน่ารักๆ คราวนี้เปลี่ยนเป็นไฟทรงสี่เหลี่ยม มีสองสี แดงกับส้ม แล้วไฟถอยล่ะ?? เมื่อก่อนเขาไม่มีกฏหมายบังคับให้มีไฟถอยหรอกครับเลยไม่ต้องใช้รถก็เล็กอยู่แล้วจอดง่ายจะตาย แล้วจะมีไฟถอยไปทำอะไรเนี่ย(ในสมัยโน้น).... ส่วนภายในน่ะหรอ เหมือนเดิ๊มเหมือนเดิม กระจกเลื่อนๆสไตล์รถเก๋ากึ๊ก ช่องเก็บของข้างประตูแนวยาวกับประตูรถ
แต่ทำไมมันหายากน่ะหรอครับ... มันเป็นเพราะว่าบริษัท BMC กำลังเปลี่ยนสภาพเป็นบริษัทย่อยๆที่เกิดขึ้นจากโรงงานเล็กๆตามชุมชนที่เรียกว่า Backyard Industry จนกระทั่งรวมหัวกันเปลี่ยนชื่อบริษัทจาก British Motor Company มาเป็น British Leyland Motor Company ยังไงล่ะครับ แล้วจากนั้นถึงจะเปลี่ยนเป็น British Leyland ในที่สุด ซึ่งในช่วงที่เปลี่ยนบริษัทก็เปลี่ยนโมเดลด้วยทีเดียว ชนิดว่าเปลี่ยนกันถึงลูกถึงคนเลย มินิตัวรุ่นที่สองก็เลยถูกผลิตออกมาในระยะเวลาสั้นๆในช่วงไม่กี่ปีตั้งแต่ราวๆปี 1967 ถึงปี 1970 ดูสิมันสั้นไหม.... ไม่กี่ปีเอง ราวๆสามถึงสี่ปี แล้วมันจะผลิตทันความต้องการหรอเนี่ย!!!

รุ่นนี้นิยมในหมู่ตำรวจไม่ใช่อะไรหรอกครับ รุ่นก่อนหน้าก็นิยมเหมือนกัน แต่ทางบริษัทเขายกให้กองตำรวจอังกฤษใช้งานในเมือง (เป็นเรื่องที่ดีนะ ประหยัดงบตำรวจเวลาต้องไปซื้อรถมาเป็นรถสายตรวจ) ยังไม่พอบริษัทแกเล่นใจถึง ส่งรุ่นแรงสุดๆก็คือ Cooper S MK.II ให้ตำรวจมาใช้งานอีก โอย..... ถนนก็แคบราวกับตรอกซอกซอยแถมเอารถลูกอีช่างมุดเหมือนหนู....เล่นกันแบบนี้แล้วโจรมันจะกล้าหนีเร๊อะ!

สิ่งที่แยกแยะว่ามันคือ MK.II ตัวจริงๆจะได้ไม่เพี้ยนระหว่าง MK.III ตัวยุคแรกๆก็คือประตูไงล่ะครับ ตัว MK.II จะเป็นประตูมีบานพับอยู่ข้างนอก ด้ามจับประตูเป็นแบบบิดลง ซึ่งจะต่างกันกัวตัว MK.III ที่ประตูเป็นแบบบานพับซ่อนใน และด้ามจับประตูเป็นแบบปุ่มกด

ตัวรุ่นนี้มีตำนานที่เลื่องชื่อเหมือนกัน ซึ่งไม่ได้ดังจากการแข่งแรลลี่แล้ว แต่ไปดังในสนามแข่งรถทางเรียบแน่ะ!!! เคยเห็นรถมินิสไลด์สาดโค้งจนควันออกจากล้อแบบขโมงโฉงเฉงไหมล่ะครับ (เกือบๆเข้าขั้นจะเรียกได้ว่า ดริ๊ฟท์ ไงล่ะครับ) มีเขาเพียงคนเดียวครับ John Rhodes (อ่านว่า จอห์น โรดส์) เอารถ Cooper S คันดำคาดขาวซิ่งจนเป็นฉายา "ไอ้ควันท่วม" หรือ "Smokey" มาแล้ว (ภาพของคุณจอห์น โรดส์ อยู่ข้างล่างนะฮะ ภาพด้านบนเป็นตัวแข่งแรลลี่ ขับโดย แพ็ดดี ฮ็อปเคิร์ก)

รอบหน้า ผมจะรายงานเรื่องงานแข่ง Gumball 3000 ที่ลงทุนทั้งเอารถ(รุ่นน้อง)ไปซิ่งเก็บภาพจนกระทั่งถึโรงแรมโอเรียนเต็ล แล้วก็อุตส่าห์รวบรวมมาอย่างเยอะให้รับชมล่ะกัน (ซึ่งมันไม่เกี่ยวกับมินิหรอก เหอๆ) แล้วจากนั้น.......

Meet The First Mini Grand Touristmo!!!!!!
ซึ่งเป็นการพลิกโฉมหน้ารถมินิครั้งใหญ่ที่สุดภายใต้บริษัท British Leyland ในยี่ห้อของมันเองก็คือยี่ห้อ Mini ที่ใช้จวบจนปัจจุบันนี้ไงล่ะครับ