ParisDakar

แบบว่ายังไงดีล่ะ พึ่งเปลี่ยนธีมใหม่เป็น Mini's Garage3.0 "In the garage" แต่ไม่เชิงว่าอัพสมบูรณ์ดี เหลือแต่แถบข้างๆนี่พอดีเลย เดี๋ยวไอเดียแล่นๆค่อยๆเปลี่ยนมันล่ะกัน แต่ก่อนอื่นเลย......เข้ามาดูก็หัด Comment ซะมั่ง!!! ไม่ใช่ดูผ่านไปเฉยๆ ที่นี่ไม่ใช่บล็อคไดอารี่นะ!!!!

สืบเนื่องจากว่าตอนนี้พึ่งจะหมดรอบการแข่งขัน "ลิสบอน-ดาร์การ์" ไปหมาดๆ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่ามานี้เอง ผู้ชนะตำแหน่งรวมก็หนีไม่พ้น "Mr.Dakar" Stephan Perterhansel ส่วนนักแข่งไทยอย่าง "มานะ พรศิริเชิด" ก็ได้คว้าตำแหน่ง 67 ในเวลารวมไปครองได้ (ยินดีด้วย)

เอาล่ะวกกลับมาหัวเรื่องหลักก่อน เนื่องจากว่าหลายๆคนไม่รู้จักว่า "ปารีส-ดาร์การ์" เป็นอย่างไรในที่ผ่านๆมา ฉะนั้นไปได้วีดีโอหายากในยุคแรกๆ นี่เป็นวีดีโอของทีมเรโนลต์ซึ่งชนะในปี 1982 ในรายการ "Europe1 Lepoint Paris - Alger -Dakar" ซึ่งถือเป็นปารีส-ดาร์การ์ครั้งที่ 4 และเป็นแรงบัลดาลใจในชิ้นงานที่กำลังทำอยู่ในตอนนี้ด้วย ฉะนั้นไปดูวีดีโอกันก่อนดีกว่า

ก่อนอื่นขออธิบายก่อนว่าสองคนนี้ที่ขับอยู่ในวีดีโอคือใคร เขาคือพี่น้อง "มาร์โรลต์" คนขับคือผู้พี่ชื่อ "คลอดท์" (Claude) ผู้นำทางคือคนน้องชื่อ "เบอร์นาร์ด" (Bernard) สองคนนี้ขับเรโนลต์ 20 ที่ดัดแปลงพิเศษเพื่อใช้แข่งขันโดยเฉพาะ แล้วผลที่ได้ก็คือสองคนนี้เป็นผู้ชนะในปีนั้นเอง ฉายาของสองคนนี้ถูกขนานนามไว้ว่า "หนูแห่งทะเลทราย" เนื่องจากความบ้าระห่ำของสองคนนี้ในวีดีโอนี่ขับแบบเหมือนหนูวิ่งหนีแมวยังไงยังงั้นเลย ช่วงท้ายๆของวีดีโอเรานั่งขำกลิ้งกับความมึนเบลอของสองพี่น้องผู้นี้จนผู้พี่ตะโกนไปว่า "แมกีร์ ดู ปูร์!!!!!!!" อันนี้ไม่รู้ว่าแปลว่าอะไรเพราะไม่ได้เรียนภาษาฝรั่งเศสแต่คงตะโกนทำนองว่า "อะไรของมันเนี่ยว๊อยยยย!!!!"

ต่างกับวีดีโอตัวเก่าที่เราปะไว้ในหมวดนี้ ซึ่งมันออกเป็นแนวการแข่งขันมากกว่าการผจญภัยไปซะไกลหน่อย แต่ก็ยังไม่ทิ้งคอนเซ็ปต์เดิมๆที่ว่า "ความอดทนของคนกับเครื่องจักร และความท้าทายของธรรมชาติที่แทบเป็นไปไม่ได้"

บังเอิญจริงๆได้วีดีโอที่เกี่ยวกับงานที่กำลังวาดๆอยู่ โดยเฉพาะฉาก

แอบบ่นกันเล็กน้อย เฮ้อ.... กว่าจะปั่นธีมบล็อคเฉพาะกิจได้ เล่นเอาเหนื่อยแทบแย่ เพราะการค้นหารูปถ่ายจากรายการ ลิสบอน-ดาการ์ 2007 ได้ นั้นเหนื่อยแทบแย่เพราะว่าไม่ค่อยมีที่ไหนส่งมาจากในสนามแข่งรถที่เป็นทะเลทรายเวิ้งว้าง เวอร์ชันนี้เป็น Mini's Garage 2.9 เพราะเป็นเวอร์ชันเฉพาะกิจสำหรับรายการแข่งขันที่กำลังดุเดือดกันอยู่นั่นเอง
งวดนี้ขอสวมวิญญาญผู้ประกาศข่าวภาคสนาม ซึ่งเราเองอยากได้ประสบการณ์แบบนี้อยู่แล้วกับการแข่งรถแรลลีแบบนี้ มันเป็นความชอบตอนเด็กๆน่ะ หุๆ ไม่มีอะไรรู้สึกดีกว่าถ้าได้ถ่ายภาพขณะที่รถแข่งวิ่งมาใกล้ตัวเรามากๆไม่ก็ตอนที่รถมันกระโดดสูงๆนี่มันรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก
เอาล่ะเริ่มกันเลยดีกว่า สำหรับรายการแข่งขันสุดหฤโหดของโลก (ที่แซงหน้า Rally Montecarlo ไปแล้วตั้งแต่ปี 1979) เป็นรายการที่ผู้ชายหลายๆคนที่ชื่นชอบความเร็วและความหฤโหดบนเส้นทางระยะไกลต้องรู้จักเป็นอย่างดี นั่นก็คือ Paris-Dakar
สำหรับปีนี้ เริ่มเส้นสตาร์ทที่เมือง ลิสบอน ในประเทศโปรตุเกส วิ่งในระยะเวลา 16 วัน ฝ่าฟันกันไม่ต่ำกว่า 10000 กิโลเมตร!!!! พร้อมกับนักแข่งที่หมายจะพิชิตระยะทางสุดโหดอีกร่วมร้อยคน แต่รางวัลของรายการแข่งนี้ไม่ใช่ที่ "ชนะเลิศ" แต่เป็นการวิ่งให้ครบถึงที่หมายในเมือง ดาร์การ์ ของประเทศ เซเนกัล และแต่ละปีที่ผ่านมา มีนักแข่งที่ไปถึงที่หมายเพียงน้อยนิดเท่านั้น บ้างต้องออกจากการแข่งขัน บ้างประสบอุบัติเหตุ และแม้กระทั่งถึงแก่ชีวิตจากอุบัติเหตุ สำหรับปีนี้ก็มีนักแข่งเสียชีวิตไปแล้ว 1 ราย เป็นนักบิดจากประเทศแอฟริกาใต้ ประสบอุบัติเหตุจนบาดเจ็บสาหัสแล้วสิ้นชีวิตที่โรงพยาบาล
จากคลิปที่ปะไปข้างบน จะเห็นได้ว่าความโหดร้ายทารุณของสภาพภูมิประเทศเป็นอุปสรรคใหญ่หลวง ทั้งจะต้องเจอฝุ่นควันที่หนาเตอะจากรถข้างหน้า สภาพเส้นทางที่เวิ้งว้างราวกับท้องทะเล ความวุ่นวายของระบบเส้นทางที่อาจพาให้หลงทางได้ หรือมีแม้กระทั่งกับระเบิดที่หลงเหลือจากยุคสงครามเย็น เท่านั้นไม่พอ ยังจะต้องเจอสภาพความกดดันหลายๆอย่างทั้งจากความเหนื่อยล้า ปัญหาเรื่องเครื่องยนต์ หรือแม้กระทั่งพายุทะเลทราย!!!!
สำหรับปีนี้ที่เป็นพิเศษก็เนื่องจากว่ามีนักแข่งไทยที่กำลังแข่งขันอยู่ เขาคือ มานะ พรศิริเชิด ในรถหมายเลข 361 สังกัดทีมมิตซูบิชิแรลลี่อาร์ทไทยแลนด์ ผู้สานต่อจาก พรสววรค์ ศิริวัฒนกุล ผู้ได้ฉายาตำนานดาร์การ์แห่งประเทศไทย และตอนนี้กำลังแข่งขันอยู่ในเสตจที่ 7 แม้ว่าสภาพเครื่องยนต์ไม่พร้อมเนื่องจากพลาดไปชนหินทำให้ช่วงล่างเสียหายจนต้องเสียเวลาสะสมรวมหล่นไปไกลจากที่ 43 ร่วงมาที่ 69
สำหรับงวดหน้า จะเริ่มปะตารางเวลาในเสตจที่ผ่านมาของ มานะ พรศิริเชิด
ร่วมส่งแรงใจเชียร์มานะให้วิ่งจนจบการแข่งขันเพื่อสร้างประวัติศาสตร์อีกหน้าหนึ่งแก่ประเทศไทย!!!!!



Medic-kung
View full profile